Pages

Monday, September 3, 2012

กล้วยไม้สกุลรองเท้านารี (Paphiopedilum)

สกุลรองเท้านารี (Paphiopedilum)  

     

   

     

       กล้วยไม้รองเท้านารีอยู่ในสกุล Paphiopedilum มีชื่อสามัญ (Common name) คือ Lady's Slipper จึงเป็นที่มาของคำว่ารองเท้านารี เนื่องมาจากกลีบดอกที่เรียกว่าปากหรือกระเป๋ามีรูปทรงคล้ายกับรองเท้าและมีสีสันที่โดดเด่นสะดุดตา ในธรรมชาติจะพบรองเท้านารีตามหน้าผา ตามพื้นดินที่มีใบไม้ทับถมอยู่เป็นจำนวนมาก และบางแห่งอาจอาศัยอยู่ตามต้นไม้ได้เช่นกัน  

        รองเท้านารีเป็นกล้วยไม้ประเภทแตกกอ เช่นเดียวกับหวาย แคทลียา แต่ไม่มีลำลูกกล้วย หน่อใหม่จะแตกจากตาที่โคนต้น ลำต้นสั้น ใบยาว บางชนิดใบตั้งชูขึ้น บางชนิดใบขนานไปกับพื้น บางชนิดใบมีลายพื้นสีเขียวอ่อนลายมีสีเขียวเข้ม บางชนิดใบก็มีสีเดียวเรียบๆ ไม่มีลาย รากออกที่โคนต้นและมักจะทอดไปตามทางราบมากกว่าหยั่งลึกลงไป ดอกมักออกที่ยอด มีทั้งชนิดที่เป็นดอกเดี่ยวๆ และเป็นช่อ กลีบดอกชั้นนอกกลีบบนมักจะมีขนาดใหญ่ ส่วนกลีบชั้นนอกคู่ล่างจะเชื่อมติดกัน และอาจมีขนาดเล็กจนส่วนปากปิดบังจนมิด กลีบคู่ในกางออกไปทั้ง 2 ข้างของดอก แต่ถ้าชนิดที่กลีบคู่ล่างนี้ยาวอาจห้อยตกลงมาก็ได้  

Paphiopedilum bellatulum
เส้าเกสรแตกต่างจากกล้วยไม้ทั่วไปคือ ที่ปลายสุดของเส้าเกสรแทนที่จะเป็นอับเรณูกลับเป็นแผ่นแบนๆ เรียกว่าสตามิโนด (stamenode) ซึ่งเป็นเกสรตัวผู้ที่เปลี่ยนแปลงรูปร่างไป ใช้การไม่ได้ สำหรับเกสรตัวผู้ที่ใช้การได้มีอยู่ 2 ชุดอยู่ต่ำลงมาทั้งสองข้างของเส้าเกสรข้างละ 1 ชุด เรณูมีลักษณะเป็นก้อนแข็ง ถัดต่ำลงมาจากส่วนนี้มียอดเกสรตัวเมียซึ่งแทนที่จะเป็นแอ่งลึกลงไปในเส้าเกสรเหมือนกล้วยไม้อื่น แต่เป็นแบนๆ ยื่นออกมาโดยมีก้านสั้นๆ ยึดติดกับเส้าเกสร ปกติส่วนนี้จะถูกหูกระเป๋าโอบหุ้มไว้จนมิด
 

     

       ประเทศไทยมีกล้วยไม้รองเท้านารีขึ้นอยู่ในป่าทั่วๆ ไปพบแล้วกว่า 10 ชนิด บางชนิดก็ยังไม่ได้จัดจำแนกชื่อทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการ เพียงเป็นวาไรตี้ของพันธุ์เดิมที่มีอยู่ การแบ่งกลุ่มของรองเท้านารีสามารถแบ่งได้หลายประเภท เช่น แบ่งตามลักษณะของดอกเป็นดอกฟอร์มกลมกับดอกลักษณะกลีบแคบ หรือแบ่งตามลักษณะของใบ คือใบไม่มีลายกับใบที่มีลาย เป็นต้น สำหรับในประเทศไทยกล้วยไม้รองเท้านารีที่พบและนิยมปลูกเลี้ยง ได้แก่  

  1.  รองเท้านารีคางกบคอแดง (Paphiopedilum appletonianum)
2.  รองเท้านารีม่วงสงขลาหรือรองเท้านารีคางกบภาคใต้ (Paphiopedilum barbatum)
3.  รองเท้านารีฝาหอย (Paphiopedilum bellatulum)
4.  รองเท้านารีคางกบ (Paphiopedilum callosum)
5.  รองเท้านารีดอยตุง (Paphiopedilum charlesworthii)
6.  รองเท้านารีเหลืองปราจีน (Paphiopedilum concolor)
7.  รองเท้านารีเหลืองกระบี่ (Paphiopedilum exul)
8.  รองเท้านารีเหลืองตรัง (Paphiopedilum godefroyae)
9.  รองเท้านารีเหลืองพังงา (Paphiopedilum godefroyae var. leucochilum)
10.  รองเท้านารีเหลืองเลย (Paphiopedilum hirsutissimum)
11.  รองเท้านารีอินซิกเน่ (Paphiopedilum insigne)
12.  รองเท้านารีขาวสตูลหรือรองเท้านารีดอกขาว (Paphiopedilum niveum)
13.  รองเท้านารีเมืองกาญจน์หรือรองเท้านารีเชียงดาว (Paphiopedilum parishii)
14.  รองเท้านารีปีกแมลงปอหรือรองเท้านารีสุขะกูล (Paphiopedilum sukhakulii)
15.  รองเท้านารีอินทนนท์ (Paphiopedilum villosum)
16.  รองเท้านารีช่องอ่างทอง (Paphiopedilum ang-thong)
 







  Paphiopedilum villosum
Paphiopedilum villosum
รองเท้านารีอินทนนท์ (Paphiopedilum villosum) มีถิ่นกำเนิดในป่าดิบทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร ชอบอุณหภูมิต่ำ ความชื้นสูง ใบมีสีเขียวตลอดทั้งใบ บริเวณโคนกาบใบมีจุดประเล็กๆ สีม่วง ใบยาว 15-20 ซม. ก้านช่อดอกยาว 15-20 ซม. ดอกกว้าง 7-10 ซม. กลีบดอกหนา พื้นกลีบเป็นมันเงา ดอกสีเหลืองปนน้ำตาล กลีบในทั้งคู่แต่ละกลีบมีเส้นแบ่งตามความยาวกลีบ  
       
       
Paphiopedilum hirsutissimum
Paphiopedilum hirsutissimum
รองเท้านารีเหลืองเลย (Paphiopedilum hirsutissimum) ขึ้นตามพื้นดินหรือซอกหิน อยู่ทางภาคเหนือ ใบมีสีเขียวตลอดทั้งใบ แต่ที่โคนกาบใบไม่มีจุดประสีม่วง ใบยาว 10-20 ซม. ก้านช่อดอกยาวประมาณ 20 ซม. ขนาดดอกกว้าง 8-10 ซม. กลีบดอกด้านบนสีแดงเข้ม ขอบกลีบสีเหลือง กลีบในสีชมพูแดง มีขนนุ่ม  



รองเท้านารีเหลืองกระบี่ (Paphiopedilum exul) ขึ้นตามซอกหินหรือหน้าผาใกล้ทะเล ใบสีเขียวตลอดทั้งใบ ใบแคบและหนา ปลายหยัก ใบยาว 10-20 ซม. ก้านช่อดอกยาวประมาณ 20 ซม. ขนาดดอกกว้าง 6-10 ซม. กลีบดอกด้านบนมีริมสีขาว ในกลีบมีสีเขียว มีจุดสีม่วงอมน้ำตาลกลีบใบสีเหลืองแคบ ริมกลีบหยักเล็กน้อย ปากมีสีเหลืองอมเขียว Paphiopedilum exul


Paphiopedilum exul
Paphiopedilum exul

Paphiopedilum exul
Paphiopedilum exul


รองเท้านารีเมืองกาญจน์ (Paphiopedilum parishii) อาศัยตามต้นไม้และบนพื้นดินในป่าดิบชื้นทางภาคตะวันตก ใบหนา มีสีเขียวตลอดทั้งใบ ใบมีขนาดใหญ่ 25-40 ซม. ปลายหยัก ก้านช่อดอกยาวประมาณ 30 ซม. มีดอกบนก้นช่อได้ 4-8 ดอก กลีบดอกสีเขียว ปลายกลีบสีม่วงปนน้ำตาล กลีบในเรียงแคบและบิดเป็นเกลียว ปลายกลีบมีสีน้ำตาลปนแดง Paphiopedilum parishii
Paphiopedilum parishii
 
Paphiopedilum parishii
Paphiopedilum parishii
 



Paphiopedilum niveum
Paphiopedilum niveum
รองเท้านารีขาวสตูลหรือรองเท้านารีดอกขาว (Paphiopedilum niveum) ขึ้นตามซอกหินปูนใกล้ชายทะเลทางภาคใต้ ใบค่อนข้างหนา ยาว 5-8 ซม. ปลายหยักมน ใบมีลายสีเขียวเข้มสลับเขียวอ่อน ด้านล่างใบมีประจุดสีม่วง ก้านช่อดอกยาวประมาณ 15 ซม. ดอกในช่อ 1-2 ดอก ดอกมีสีขาวมีจุดประเล็กสีม่วงเข้มที่บริเวณโคนกลีบ ขนาดดอก 4-6 ซม.
 
Paphiopedilum niveum
Paphiopedilum niveum
 
 
รองเท้านารีเหลืองปราจีน (Paphiopedilum concolor) ขึ้นตามซอกหินค่อนข้างร่ม พบทุกภาคของในประเทศไทย ใบค่อนข้างหนา ยาว 10-15 ซม. ปลายหยักไม่เท่ากัน ใบด้านบนสีเขียวเข้มมีลายสลับกับสีเขียวอ่อน ด้านล่างมีลายสีม่วงประจาย ก้านช่อดอกยาวประมาณ 5 ซม. ดอกในช่อ 1-3 ดอก ขนาดดอก 4-6 ซม.   Paphiopedilum concolor
Paphiopedilum concolor
Paphiopedilum concolor
Paphiopedilum concolor
     
รองเท้านารีฝาหอย (Paphiopedilum bellatulum) พบตามซอกหินหรือโคนต้นไม้ในป่าดิบทางภาคเหนือ ใบค่อนข้างหนา ใบยาว 6-15 ซม. ปลายหยักมน ใบด้านบนมีสีเขียวแต้มประสีเขียวอ่อน ด้านล่างมีสีม่วง ก้านช่อดอกยาวประมาณ 4 ซม. ดอกในช่อ 1-2 ดอก

Paphiopedilum bellatulum
Paphiopedilum bellatulum

Paphiopedilum bellatulum
Paphiopedilum bellatulum
(Photo from member by sunorchid)

Paphiopedilum bellatulum
Paphiopedilum bellatulum

 



Paphiopedilum callosum
Paphiopedilum callosum
Paphiopedilum callosum
Paphiopedilum callosum
รองเท้านารีคางกบ (Paphiopedilum callosum) ขึ้นตามพื้นดินในป่าดิบทางภาคใต้ ใบค่อนข้างบาง ยาว 10-15 ซม. ปลายหยักเป็น 3 แฉก ด้านบนมีลายสีเขียวสลับขาว ด้านล่างสีเขียว ก้านช่อดอกยาวประมาณ 15-20 ซม. ดอกขนาด 6 ซม. ดอกในช่อ 1-2 ดอก  
Paphiopedilum charlesworthiiPaphiopedilum charlesworthii Paphiopedilum charlesworthii
Paphiopedilum charlesworthii
รองเท้านารีดอยตุง (Paphiopedilum charlesworthii) ขึ้นตามหน้าผาที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร ทางภาคเหนือ มีใบค่อนข้างหนา ใบยาว 10-12 ซม. ปลายหยักเป็น 2 แฉก ใบด้านบนสีเขียว ที่โคนมีจุดประสีม่วงตามแนวเส้นใบ ใบบิดโค้งเล็กน้อย ก้านช่อดอกยาวประมาณ 12 ซม. ดอกขนาด 5-7 ซม.



รองเท้านารีเหลืองตรัง (Paphiopedilum godefroyae) พบอยู่ตามซอกหินในป่าทางภาคใต้ของไทย ใบหนา ยาว 7-10 ซม. ปลายหยักมน ใบด้านบนมีสีเขียว ประเป็นจุดหรือแถบสีขาว ด้านล่างมีแต้มสีม่วงแดง ก้านช่อดอกยาวประมาณ 5-8 ซม. ดอกในช่อ 1-2 ดอก ดอกมีขนาดประมาณ 6 ซม.   Paphiopedilum godefroyae
Paphiopedilum godefroyae

Paphiopedilum godefroyae
Paphiopedilum godefroyae
 

Paphiopedilum godefroyae
Paphiopedilum godefroyae
(Photo from member by phiroon01)
     
     
รองเท้านารีปีกแมลงปอหรือรองเท้านารีสุขะกูล (Paphiopedilum sukhakulii) พบตามป่าดิบที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใบยาวรี 10-12 ซม. ปลายแหลมหยักตื้นๆ ใบด้านบนสีเขียวอ่อนประสีเขียวเข้ม ด้านล่างสีเขียวอ่อนอมเทา ก้านช่อดอกยาวประมาณ 20-30 ซม. ขนาดดอก 5-8 ซม.   Paphiopedilum sukhakulii
Paphiopedilum sukhakulii
Paphiopedilum sukhakulii
Paphiopedilum sukhakulii
  Paphiopedilum sukhakulii
Paphiopedilum sukhakulii



 

การปลูกเลี้ยงรองเท้านารี  

         รองเท้านารีที่เจริญเติบโตในธรรมชาติมีทั้งชนิดที่เกาะอยู่บนต้นไม้ เช่น รองเท้านารีอินทนนท์ รองเท้านารีเมืองกาญน์ และชนิดที่อยู่ตามพื้นดิน เครื่องปลูกและวิธีการเลี้ยงดูจึงแตกต่างกัน สำหรับพวกที่ขึ้นอยู่ตามต้นไม้มักอาศัยบนต้นไม้ที่มีเปลือกหนา หรือในบริเวณที่มีใบไม้ทับถมจำนวนมาก ชอบความชื้นสูงและอุณหภูมิต่ำ เครื่องปลูกควรดัดแปลงให้เข้ากับธรรมชาติให้มากที่สุดหรือใช้วัสดุที่หาได้ตามธรรมชาติมาใช้
ตัวอย่างเครื่องปลูกสำหรับรองเท้านารีกลุ่มนี้
       1. ถ่านทุบเป็นก้อนเล็กๆ 2 ส่วน
       2. ขี้เถ้าแกลบดำ 2 ส่วน
       3. ปุ๋ยหมัก 2 ส่วน
       4. ทรายหยาบหรือกรวด 3 ส่วน
       5. ดิน 1 ส่วน

ส่วนรองเท้านารีที่อยู่ทางภาคใต้ เช่น รองเท้านารีเหลืองกระบี่ รองเท้านารีช่องอ่างทอง มักจะขึ้นอยู่ตามหน้าผาหิน หรือมีหินปูนเป็นส่วนประกอบ เครื่องปลูกจึงต้องปรับให้เหมาะสมกับธรรมชาติ ตัวอย่างเครื่องปลูกที่ใช้ เช่น
       1. ปุ๋ยหมัก 2 ส่วน
       2. ทรายหยาบ 3 ส่วน
       3. ขี้เถ้าแกลบดำ 1 ส่วน
       4. ขุยมะพร้าว 1 ส่วน
       5. ดิน 1 ส่วน
       6. ปูนขาวหรือเปลือกหอยบด 1/2 ส่วน

การดูแลกล้วยไม้รองเท้านารีนอกจากจะใช้เครื่องปลูกที่เหมาะสมแล้ว จำเป็นต้องเข้าใจธรรมชาติของแต่ละชนิดด้วย โดยทั่วไปแล้วรองเท้านารีทุกชนิดไม่ชอบให้มีน้ำขัง วัสดุที่มาใช้เป็นเครื่องปลูกต้องเลือกชนิดที่ไม่อมน้ำมากเกินไป รวมทั้งกระถางที่ใช้ต้องมีทางระบายน้ำที่ก้นกระถาง สังเกตดูว่าถ้ารดน้ำแล้วน้ำต้องระบายออกหมด ไม่มีน้ำขัง ส่วนจะรดมากน้อยเท่าใดก็ต้องดูเครื่องปลูกว่ายังชื้นอยู่หรือไม่ ถ้ารดน้ำตอนเช้าแล้วตอนบ่ายยังชื้นอยู่ก็ไม่ต้องรดซ้ำ อาจเว้นวันหรือสองวันให้เครื่องปลูกแห้งบ้างได้ แล้วค่อยรดน้ำ

การให้ปุ๋ยกล้วยไม้อาจใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 21-21-21, 18-18-18 สัปดาห์ละครั้ง ในช่วงที่กล้วยไม้กำลังให้ดอกให้สูตรตัวกลางสูงเดือนละ 1-2 ครั้ง สลับกับสูตรเสมอ

0 comments:

Post a Comment